หน้าแรก
ข่าว
คอลัมน์
ภาพการแสดง
คลิปการแสดง
เทคนิคมายากล
เวบบอร์ด
ติดต่อเรา
บทความ
เปิดประตู สู่โลกมายากล
มนตร์เสน่ห์แห่งศาสตร์มายากล
หมวดเตียว...นักมายากลของคนติดดาว
'มามาด้า ไทยแลนด์' คนไทยสุดยอดนักมายากลโลก
Magic Works!
Let's Go...Magic
พ็อกเก็ตบุ๊ค 12 อาชีพ เรียนลัด รวยเร็ว
สร้างงานทำเงิน ในทางเดินโลกมายากล
The Magician
TEP กับเคล็ดลับการเรียนของสาวน้อยผู้รักกิจกรรม
The Prestige หลุมพรางมายากล (ตอนจบ)
The Prestige กับดักมายากล (1)
ฝึกมายากลบนอินเทอร์เน็ต
ดูทั้งหมด
เปิดประตู สู่โลกมายากล
7 กันยายน 2554 อ่าน
1,199
ครั้ง |
พิมพ์
|
rss
รู้สึกหรือเปล่าค่ะ ว่ามนต์แห่งศาสตร์มายากลสามารถสะกดจิตผู้ชมให้รู้สึกเคลิบเคลิ้ม เพลินไปกับการแสดง และยังเรียกรอยยิ้มให้ความสุขกับผู้ชมได้ทุกครั้งที่มีการแสดง Play & Learn ฉบับนี้ เราจะพาเด็กๆ และผู้ปกครองเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการ ความสามารถของนักมายากลตัวจิ๋ว
ไปดูกันว่า กว่าจะเป็นนักมายากลตัวจิ๋วนั้นมีกระบวนการ ขั้นตอนอย่างไร และได้อะไรจากการเรียนมายากลค่ะ
คุณสมบัติ จิตต์มั่นคงกุล
หรือที่รู้จักกันดีในชื่อการแสดงว่า
'มามาด้า ไทยแลนด์'
เป็นผู้บุกเบิก สถาบันการสอนมายากลนานาชาติ ในประเทศไทย มีลูกศิษย์มากมายที่ผ่านการสอน การฝึกฝนจากครูสมบัติ มาฟังครูแนะนำเรื่องการเรียนการสอนของสถาบันฯ กันค่ะ
"เราเริ่มรับเด็กตั้งแต่วัย 7 ปี เป็นต้นไปครับ การสอนมายากลเด็กเล็ก จะเป็นการสอนขั้นพื้นฐาน เริ่มจากให้เด็กเรียนรู้การใช้ประสาทสัมผัสที่สัมพันธ์กัน สอนให้กล้าแสดงออกบนเวทีเป็น เช่น การทำให้ลูกบอลหายไปสำหรับเด็กโตจะเน้นในเรื่องทักษะเรื่องการแสดงเป็นหลัก
เด็กแต่ละคนการรับรู้อาจต่างกัน ฉะนั้นเวลาสอนเราจะปรับเปลี่ยนไปตามทักษะความสามารถของเด็กเช่น บางคนมีคาแร็กเตอร์สนุก บางคนเงียบขรึม เราก็จะนำเอาความเป็นตัวเขามาสอนมาสร้างเรื่องราว เพื่อการแสดง เพื่อให้เป็นตัวเขามากที่สุด ทำให้เด็กที่นี่ 90% จะทำได้หมด"
นอกจากเด็กๆ จะเรียนรู้ถึงเรื่องศาสตร์แห่งมายากลแล้ว การเรียนรู้ในแง่ทักษะชีวิต สิ่งที่เกิดขึ้นจากการแข่งขัน การแพ้-ชนะ ก็เป็นประเด็นสำคัญที่ครูสมบัติให้ข้อคิดกับเด็กๆ และผู้ปกครองไว้ว่า
"ผมจะสอนให้เด็กๆ เรียนรู้ว่าแพ้หรือชนะไม่ใช่เรื่องสำคัญ สิ่งสำคัญมากกว่า คือการฝึกฝน มุ่งมั่นพยายามที่จะทำอะไรก็ได้ให้สำเร็จ ก็ต้องเริ่มจากการสร้างตัวเอง การทำให้ดีที่สุด ผมอยากให้ผู้ปกครองอย่ามองว่ามายากลคือเรื่องโกหก หลอกลวง แต่เป็นกิจกรรมที่ช่วยให้เด็กๆ กล้าคิดและกล้าแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ เป็นผู้นำที่ดี โดยเฉพาะเรื่องการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของเด็กบ้านเรานั้น ร้อยละ 60 ไม่กล้าแสดงออก โดยเฉพาะการใช้ความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ กล้าคิดกล้าทำใหม่ๆ ในสิ่งที่สร้างสรรค์ ที่สำคัญคือ สามารถนำไปประกอบอาชีพได้ครับ"
เจาะใจนักมายากลจิ๋ว
น้องสมาร์ท-ด.ช. ถิรวัฒน์ คงนุกูล
เล่นมายากลนานถึง 3 ปี วันนี้น้องสมาร์ทโชว์ความสามารถลงสนามแข่งขันชนะการประกวดระดับประเทศ ได้รางวัล The Best Junior Magician Thailand 2011 (Merlin Award) มาหมาดๆ ทำให้เราอยากรู้ถึงเหตุผลที่มาของรางวัลนี้ ก็พบคำตอบว่า
"เห็นพี่ๆ เขาเสกนก เสกบอล เสกซีดีได้ ก็เลยอยากเรียนรู้มากขึ้นครับ เพราะตอนแรกคุณแม่แค่พามาดูก่อน พอผมเห็นพี่เขาเล่นก็เลยอยากเรียนบ้าง เริ่มแรกอาจารย์ให้ผมฝึกประสาทสัมผัสนิ้วครับ ให้เราใช้นิ้วกลิ้งเหรียญ กลิ้งลูกบอล สอนเรื่องการสื่อสารกับคนดูให้เป็น แรกๆ ผมก็อาย ไม่ค่อยกล้า พอแสดงเล่นบ่อยๆ ก็เริ่มชิน ผมชอบเล่นโชว์แนวคอมเมดี้ ตลกๆ อย่างโชว์ที่เห็น (เทปแข่งขัน) ผมใช้เวลาฝึกถึง 2 ปีครับ เพื่อนๆ แต่ละคนที่เรียนจะมีเรื่องราวของตัวเอง เช่นอยากเป็นเจ้าหญิง อยากเป็นหงอคง ก็จะบอกอาจารย์จากนั้นอาจารย์ก็จะทำเรื่องราวให้ แล้วเราก็ไปซ้อมกัน
ผมว่าดีกว่าอยู่บ้านเฉยๆ หรือนั่งเล่นเกม เราก็มาเรียนมายากลให้เป็นประโยชน์ดีกว่า ตอนนี้ถ้าผมมีงานอีเว้นท์ ผมก็จะได้ค่าขนม คือเล่นจนคืนทุน ได้ตังค์มาเยอะแล้วครับ จะให้ดีผมฝันไว้ว่าอยากจะไปประกวดระดับโลกเลยครับ"
น้องโฟลค-ด.ช. จิรเมธ ทิพย์กมลมาน
จากครั้งแรกที่ได้เห็นการแสดงมายากล ก็เกิดความชื่นชอบถึงขนาดให้คุณแม่พาไปเรียนมายากล และจากความตั้งใจที่แน่วแน่นี้เอง น้องโฟล์คก็เริ่มฝึกฝน แสดงความสามารถ เข้าสู่วงการมายากลอย่างเต็มตัว ได้รางวัล New Age Star มาครอง
"จริงๆ ผมก็อยากเรียนเทควันโด เรียนอย่างอื่น แต่พอมาเห็นคนอื่นเล่นมายากล ก็อยากเรียนมายากลมากกว่า ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม เรียนได้เดือนกว่าผมก็ไปแข่งที่มาเลเซีย ล่าสุดผมเข้าแข่งขันชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ผมรู้สึกว่าการเล่นมายากล ช่วยให้เรามีความคิดสร้างสรรค์ รู้จักแก้ปัญหาเฉพาะหน้า อย่างเวลาผมโชว์มายากลแล้วพลาด ผมก็ต้องคิดว่าเราจะทำอย่างไรให้คนดูรู้สึกว่าไม่ได้เกิดความผิดพลาด คือแบบว่าเล่นต่อได้จนจบน่ะครับ
ก็คิดไว้ว่าอยากจะเป็นนักมายากลที่เก่งเหมือนอาจารย์ และมายากลก็อาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่ให้ประสบการณ์กับเรามากมาย ช่วยให้ผมมีความรับผิดชอบ ความตั้งใจสูงครับ
คุณแม่บอกว่าถ้าเราแข่งแพ้ก็ไม่เป็นไร แต่ต้องแสดงความยินดีกับคนที่ชนะ หรือถ้าเราชนะก็ไม่ควรไปว่าคนอื่น เช่น แบบว่า เฮ้ยอ่อน อะไรแบบนี้ล่ะครับ"
น้องพีท-ด.ช. อัครวิทย์ ธรรมธนารักษ์
มาฟังความคิดเห็นนักมายากลจิ๋ว ที่เริ่มต้นเรียนและฝึกฝนมายากลได้เพียง 4 สัปดาห์ เพราะความบังเอิญ จากการเห็นโชว์มายากลของสถาบันฯ เพียงครั้งเดียว เกิดความสนใจ สมัครเรียนกับครูสมบัติ ด้วยแรงสนับสนุนจากคุณพ่อกันค่ะ
"พอดีผมมาเดินซื้อของที่ห้างฯ ครับ แล้วมีโชว์มายากลบนเวที ผมเห็นเขาเล่นแล้วสนุกดี ก็เลยอยากทำเป็นบ้าง คุณพ่อถามว่าชอบมั้ย ผมก็บอกว่าชอบ ก็เลยให้ผมมาเรียน ก็สนุกดีครับ ผมว่าช่วยฝึกสติเราได้ อย่างเวลาเลี้ยงลูกบอลบนนิ้วมือเราต้องตั้งใจ มีสติ ไม่อย่างนั้นของจะหล่น ถ้าผมเล่นได้ก็ว่าจะโชว์ให้เพื่อนดูในวันคริสต์มาสที่โรงเรียน หรืองานวันเกิดครับ"
ถึงน้องพีทจะฉายเดี่ยว แต่เท่าที่ทีมงานเห็นยืนยันได้ว่าความตั้งใจจริงของนักมายากลตัวจิ๋วมาเต็มร้อยค่ะ
เจาะใจคุณแม่
คุณแม่ไพจิตร คงนุกูล
เรียกว่าเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของน้องสมาร์ท เพราะคุณแม่เล่าถึงเหตุผลที่ส่งลูกชายวัยซนมาเรียนมายากลก็ด้วยเพราะอยากให้ลูกมีกิจกรรมทำวันว่าง จนกลายเป็นกิจกรรมที่สร้างรายได้ให้กับลูกชายวัย 9 ขวบ และประโยชน์ที่ได้มากกว่าการทำกิจกรรม ก็คือ
"ตอนน้องสมาร์ทอายุได้ 4 ขวบ เคยพาน้องเขาไปวัดแววความสามารถ ลักษณะความสนใจของน้องจะชอบเลียนแบบการแสดงออก เขาแนะนำว่าน่าจะสนับสนุนเรื่องการแสดง เช่นคนหน้าขาว ซึ่งทำให้เรารู้แววความสนใจของเขา จนกระทั่งอ่านหนังสือแล้วเจอข้อมูลของสถาบันฯ ก็เลยโทรถามข้อมูล แล้วก็พาน้องเขาไปที่บ้านอาจารย์ อาจารย์ก็สอน ก็เล่นให้ดูแล้วน้องเขาชอบ เราก็เลยตกลงสมัครเรียนกันตอนนั้น
สิ่งแวดล้อมในปัจจุบันค่อนข้างมีอิทธิพลต่อการกระตุ้นความสนใจของเด็กๆ ทำให้ขาดเรื่องสมาธิ น้องก็เป็น ซนแบบเด็กผู้ชายน่ะค่ะ แต่พอมาเรียนมายากลพฤติกรรมเปลี่ยนไป มีระเบียบวินัยมากขึ้น จัดเก็บอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการซ้อม มีความเชื่อมั่นในตนเอง กล้าแสดงออก หรือเวลาออกโชว์มายากลก็ได้ค่าขนม ทำให้เขาสนุกแล้วก็ได้กำลังใจ
ถ้าผู้ปกครองสะดวก เห็นว่าลูกมีความสนใจกิจกรรมใด ก็น่าจะเปิดโอกาสให้ลูก สนับสนุนลูกในสิ่งที่เขาสนใจ อย่าเพิ่งรีบคาดหวังว่าลูกจะได้อะไรจากการเรียน หรือว่าจะคุ้มค่ากับเงินทองที่จ่ายไปหรือเปล่า สิ่งสำคัญคือพ่อแม่ต้องสังเกตว่าลูกมีความชอบความสนใจในเรื่องอะไร แล้วเราก็เปิดโอกาส สนับสนุนความสามารถนั้นๆ ของเขา"
โดยเฉพาะเรื่องแพ้-ชนะ ของเด็กๆ สมัยนี้ คุณแม่ไพจิตรเสริมว่าเป็นเรื่องที่พ่อแม่ต้องอธิบาย เตรียมความพร้อมทางจิตใจให้ลูกเข้าใจว่า การแข่งขันนั้นถ้าชนะให้ถือเป็นกำไรของชีวิต ถ้าแพ้ก็คือประสบการณ์ชีวิตที่ช่วยให้เขาโต รู้จักการใช้ชีวิตในสังคมที่เขาต้องเผชิญในอนาคต
คุณแม่แพรว แป้นทอง
"คุณแม่นั่งดูรายการโทรทัศน์ น้องโฟลคเขาก็ดู คุณพ่อเขาก็ดู พอโฟลคดูเสร็จเขาก็วิ่งมาหาบอกคุณแม่ว่าอยากจะไปเรียนมายากล แต่ตอนนั้นช่วงอายุเขายังไม่ได้ เพราะเพิ่งจะ 5 ขวบ ต้องรอเขา 7 ขวบก่อน ตอนมาสมัครครั้งแรก ก็มาเรียนที่นี่เลย สังเกตเห็นว่าน้องโฟลคเขาสนใจเป็นพิเศษ มีความมุ่งมั่นมากๆ คุณแม่ก็เลยให้เขาไปเรียนกับอาจารย์ที่บ้าน
ช่วงแข่งใหม่ๆ เขาก็จะถามว่าทำไมเขาไม่ได้ ก็ค่อยๆ อธิบายกัน ว่าการแข่งขันมายากลมีเทคนิคหลายๆ อย่างผสมผสาน ต้องอาศัยสมาธิ เทคนิคต่างๆ เข้าช่วย เช่นการนำเสนอเรื่องราวการแสดง การสื่อสารกับคนดูให้น่าสนใจ การลงสนามแข่งขัน เป็นการฝึกฝนหาประสบการณ์ได้เห็นเพื่อนๆ พี่ๆ โชว์ความสามารถ เรื่องชนะหรือแพ้นั้นเป็นเรื่องรองลงมา เพราะลูกอายุยังน้อยมีโอกาสอีกมาก สิ่งที่ต้องการมากกว่านั้นคือ พยายามให้มีน้ำใจกับเพื่อน เป็นเรื่องที่สำคัญค่ะ
ประโยชน์จากการเรียนมายากล ช่วยให้ลูกมีวินัยมากขึ้น เพราะต้องซ้อม ต้องเซ็ตอุปกรณ์เอง รู้จักการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วย ยิ่งต้องมีการแสดง มีการแข่งขัน คุณแม่นอกจากจะเชียร์เป็นกำลังใจแล้ว ก็จะสอนเขาด้วยว่า จะทำอะไรก็แล้วแต่ ต้องทำให้ดีที่สุดอย่างการแสดงมายากล ณ ขณะที่โชว์ก็ขอให้เขาตั้งใจทำให้ดีที่สุด"
Mother&Care
© Academyofmagical.com All Rights Reserved.
Designed by
P'
The International Academy of Magic
3rd Floor Paradise Park
Tel
(66) 08-4147-2448, (66) 08-9670-1725
Email
: mamada_magic@hotmail.com